1 กรกฎาคม 2562 ยุโรปร้อนนรก!

ที่มา: https://siamrath.co.th/n/87770

ผ่านพ้นไป “เดือนแรก” แต่ก็ต้องถือเป็นเดือนแรกที่ไม่ผิดอะไรกับ “เดือนนรก” จริงๆ สำหรับ “ทวีปยุโรป” ที่กำลังผจญกับ “คลื่นอากาศร้อน” ระดับ “ร้อนจัด” ด้วยเข้าสู่ “คิมหันตฤดู” หรือ “ฤดูร้อน” ซึ่งพื้นที่ภูมิภาคตอนเหนือของขั้วโลก ย่างเข้าสู่สภาพอากาศร้อน เมื่อเดือน มิ.ย. ที่เพิ่งผ่านพ้นมา โดย “คิมหันตฤดู” ที่ว่า ก็จะกินระยะเวลาไปจนถึงเดือน ส.ค. หรืออีก 2 เดือนข้างหน้า นับจากนี้ตามกำหนดระยะเวลาของฤดูกาลในแถบซีกโลกเหนือ อันได้แก่ ย่านเอเชียตอนบน ยุโรป และอเมริกาเหนือ ที่จะต้องประสบ ก่อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเดือน ก.ย. ที่จะถึง โดยเพิ่งผ่านพ้นไปเพียงเดือนแรก ก็ต้องบอกว่าร้อนจัดระดับตับแตก อย่างเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว ในหลายเมือง ของหลายๆ ประเทศของภูมิภาคยุโรป ซึ่งบางแห่งสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงเกือบ 2 ทศวรรษ กันเลยก็มี พร้อมกับคร่าชีวิตผู้คนให้ปลิดปลงจนน่าเป็นกังวล โดยเฉพาะเมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย.ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก สเปน และฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งสวิตเซอร์แลนด์ แดนที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอากาศดี ซึ่งทางการที่ดูแลด้านสภาพภูมิอากาศของบรรดาประเทศ ออกมาระบุว่าร้อนจัดระดับทุบสถิติของเดือน มิ.ย.ในแต่ละปี กันเลยทีเดียว ตามรายงานก็ระบุว่าปรอทวัดอุณหภูมิของสภาพอากาศต่ำสุดก็ไม่น้อยกว่า 16 องศาเซลเซียส ไปจนถึง 45 องศาเซลเซียส โดยพื้นที่ที่อยู่ในเกณฑ์อุณหภูมิสูงๆ คือ เกิน 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรืออย่างน้อย 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ก็มีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศในแถบตอนกลางของยุโรป ตามรายชื่อของประเทศที่ระบุแล้วข้างต้น เช่น ที่เมืองโคเชน แคว้นบรันเดนบวร์ก ประเทศเยอรมนี อุณหภูมิเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ทะยานพุ่งไปถึง 38.6 องศาเซลเซียส จนกลายเป็นสถิติใหม่แห่งเดือน มิ.ย. ของเยอรมนีไป เท่าที่เคยบันทึกกันมา เช่นเดียวกับที่ สภาพอากาศของเมืองรัดซึญปอดลาสกี ทางตะวันออกของประเทศโปแลนด์ ก็มีอุณหภูมิพุ่งขึ้นไปถึง 38.2 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติประจำเดือน มิ.ย.ในแต่ละปีของโปแลนด์ไปเช่นกัน นอกจากนี้ ก็เป็นที่เมืองด็อคซานี ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ก็ทุบสถิติประจำเดือน มิ.ย.แต่ละปี จากการที่มีอุณภูมิของสภาพอากาศสูงถึง 38.9 องศาเซลเซียสอย่างไรก็ดี ที่นับว่าอากาศร้อนจนปรอทดแตกอย่างสุดๆ ก็เห็นจะเป็น “ฝรั่งเศส” อุณหภูมิของประเทศแดนน้ำหอมแห่งนี้ ก็ทะลุเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส รวมทั้งที่ประเทศ “สเปน” แดนกระทิงดุ อุณหภูมิ ก็ไม่ต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อุณหภูมิสูงทะยานขึ้นไปแตะที่ 45 องศาเซลเซียส จนทุบสถิติประเทศของตนไปเช่นกัน โดยที่ “ฝรั่งเศส” นั้น ถือว่าเป็นสถิติใหม่ จากการที่สภาพอากาศร้อนจัดที่สุดในรอบ 16 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2546 (ค.ศ. 2003) กันเลยทีเดียว เบื้องต้นก็มีรายงานความสูญเสียในฝรั่งเศส แดนน้ำหอมกันแล้วว่า ได้มีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยพบว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย ซึงทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ เสียชีวิตจากการพวกเขาปรับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปอย่างกระทันหันไม่ทัน คือ เมื่อร้อนจัดแล้ว จู่ๆ ก็ไปกระทบความเย็นของน้ำเลย อย่างไรก็ตาม ก็หวั่นเกรงกันว่าหากอากาศร้อนจัดเยี่ยงนี้ต่อไป ก็จะทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก โดยวิตกกังวลกันว่า อาจซ้ำรอยเหมือนในปี 2546 หรือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ที่ในครั้งนั้น สภาพอากาศร้อนจัดจนทะลุกว่า 40 องศาเซลเซียสเช่นนี้ ก็ได้ปลิดชีพประชาชนชาวฝรั่งเศสไปจำนวนมากถึง 15,000 คน สำหรับยอดรวมของผู้เสียชีวิตตลอดช่วงฤดูร้อนในปีดังกล่าว ขณะที่ สถานการณ์ของสภาพอากาศร้อนใน “สเปน” ประเทศเจ้าของฉายาแดนกระทิงดุ ก็ปรากฏว่า สร้างความวิตกกังวลต่อผลกระทบที่จะมีขึ้นไปอีกแบบ โดยหวาดผวาไปในเรื่องสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ที่เกรงกันว่า อากาศที่ร้อนจัด จนทะลุ 45 องศาเซลเซียสนั้น จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ไฟป่า” ในเขตพื้นที่ป่าไม้ขึ้นตามมา ซึ่งปรากฏว่าความหวั่นวิตกข้างต้น ได้บังเกิดขึ้นจริงตามมาแล้ว ในเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นกับผืนป่าแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองตอร์เรสเดลเอสปันญอล ในย่านริเบราดีเอเบร แคว้นคาตาโลเนีย จนทางการต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยผจญเพลิง ออกไปดับไฟป่า ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงไฟป่าในสเปนแล้ว ก็เป็นที่รับรู้กันเป็นอย่างดีกว่า ในแต่ละปีล้วนมีความรุนแรง จนน่าวิตกต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ทางระบบนิเวศวิทยา ของภาคพื้นทวีปยุโรป บรรดานักวิเคราะห์แสดงทรรศนะว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัด ที่กำลังคุกคามภูมิภาคยุโรป ณ เวลานี้ นอกจากเหตุปัจจัยเรื่องฤดูกาลที่อากาศร้อนตามช่วงเวลาของธรรมชาติในทวีปดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีสาเหตุมาจากคลื่นอากาศร้อนที่ถาโถมมาจากตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ขึ้นสู่ภาคพื้นทวีปของยุโรป ซึ่งในปีนี้ ต้องถือว่า คลื่นอากาศร้อนจากแอฟริกาเหนือ ที่พัดกระหน่ำเข้ามา ได้ร้อนกว่าปีไหนๆ อันเป็นผลพวงจาก “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” หรือ “ภาวะโลกร้อน” พาให้เป็นไปจนน่าวิตกต่อสภาพอากาศร้อนปรอทแตกของทวีปยุโรปในปีนี้ ที่ยังคงลากยาวต่อไปอีก 2เดือน ซึ่งตามการคาดการณ์ ก็ประมินว่า อุณหภูมิจะยิ่งสูงกว่าเดือน มิ.ย.ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเสียอีก